BOI ไฟเขียว 3 ผู้ผลิต PCB ลงทุนต่อ 2.2 หมื่นลบ. ดันไทยฐานอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง | ข่าวหุ้นธุรกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนริศ เทิดเสถียรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แถลงในวันนี้ (18 พ.ค. 2569) ว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการสนับสนุนการลงทุนจากผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ชั้นนำระดับโลก 3 ราย ได้แก่ บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มัลติ-ไฟน์ไลน์ จำกัด บริษัท อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โกลด์ เซอร์กิต อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) บจก.

ทั้งสามบริษัทได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมีการลงทุนระยะแรกรวมกว่า 35,000 ล้านบาท และมีพนักงานชาวไทยมากกว่า 7,000 คน ครั้งนี้ได้รับอนุมัติให้ลงทุนระยะที่ 2 เพิ่มเติม 22,000 ล้านบาท และจ้างพนักงานชาวไทยเพิ่มกว่า 5,000 คน เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ข. เซิร์ฟเวอร์ AI สำหรับศูนย์ข้อมูลและระบบสื่อสารความเร็วสูง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค

Compeq Technology Company ผู้ผลิต PCB ชั้นนำจากประเทศจีน โครงงานนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำแผงวงจรแบบยืดหยุ่นซึ่งเป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถดัดงอได้ ข้อดีคือประหยัดพื้นที่ น้ำหนักเบา และมีความแข็งแรงในการดัดงอ เหมาะสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น แล็ปท็อป สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์ IoT บริษัทลงทุนระยะแรก 13,000 ล้านบาท และครั้งนี้จะลงทุนอีก 9,170 ล้านบาท โรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) จังหวัดสมุทรปราการ

Multi-Fine Line Company electronics (Multi-Fineline Electronics) เป็นบริษัทในเครือของ Dongshan Precision (DSBJ) ของจีน บริษัทเป็นผู้นำในการผลิตแผงวงจรพิมพ์ทั้งแผงวงจรพิมพ์หลายชั้นและแผงวงจรพิมพ์แบบยืดหยุ่น และจัดหาลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยี AI และศูนย์ข้อมูล เช่น Apple, META, Microsoft และ Tesla บริษัททุ่มเงินลงทุนระยะแรก 14,000 ล้านบาท และครั้งนี้จะลงทุนอีก 5,800 ล้านบาท โรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี

Gold Circuit Electronics เป็นผู้ผลิตแผงวงจรระดับโลกจากไต้หวัน การออกแบบธุรกิจ วิจัย พัฒนา และผลิตแผงวงจรรวม ทั้งประเภทการเชื่อมต่อระหว่างกันแบบหลายชั้นและแบบความหนาแน่นสูง (HDI) HDI PCBs มีความสำคัญมากสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ นี่คือแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดพิเศษที่ช่วยให้สามารถติดตั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากในพื้นที่จำกัดได้ ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีขนาดเล็กกว่า เบากว่า และส่งสัญญาณได้เร็วกว่า และการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัททุ่มเงินลงทุนระยะแรก 8,000 ล้านบาท และครั้งนี้จะลงทุนเพิ่มอีก 7,230 ล้านบาท โรงงานตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี

นายนริศ กล่าวเสริมว่า ผู้ผลิต PCB ระดับโลกทั้ง 3 รายนี้ได้ตัดสินใจลงทุนตั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่ในประเทศไทยในปี 2567-2568 หลังจากนั้นภายในเวลาไม่ถึงสองปี พวกเขาจะยังคงขยายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในระยะที่สอง แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรมและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร มาตรการสนับสนุนของรัฐ

รวมถึงความสะดวกในการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass ที่ช่วยเร่งกระบวนการอนุมัติและการอนุมัติต่างๆโดยขยายการลงทุนนี้ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาค

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566-2568) ผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และวัตถุดิบแผ่นวงจรพิมพ์ได้ยื่นขอรับการสนับสนุนการลงทุนในโครงการจำนวน 222 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 320,078 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิต PCB รายใหญ่ที่สุดในอาเซียนและเป็นรายที่ 5 ของโลก