หลีกหนีจากกับดักของประเทศอุตสาหกรรม 2.0 และกลายเป็นอาณาจักรแห่งสินค้าจีน นั่นไปเมืองไทย.. นอกจากปัญหาด้านคุณภาพและมาตรฐานแล้วยังทำให้ SMEs ไทยต้องล่มสลายเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้
ทางออกจากกับดักดังกล่าวคือการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่าง การยกระดับสินค้าไทยที่ผลิตในปริมาณมากราคาถูกลงโดยสินค้าจากจีนกลืนหายไป เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ด้วยการคิดค้นและใช้นวัตกรรม
รองศาสตราจารย์ ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล และนายกสมาคมวิชาชีพการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (AITP) กล่าวถึงปัญหาในโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศไทย “ประเทศไทยมีไอเดียไม่ขาด ตรงกันข้าม เรามีงานวิจัยมากมาย แต่เรายังขาดระบบในการนำไอเดียเหล่านั้นออกสู่ตลาด”
ประเทศไทยมีการยื่นขอรับสิทธิบัตรประมาณ 8,000 ฉบับทุกปี น่าแปลกที่ 90% เป็นการยื่นขอความคุ้มครองจากต่างประเทศ ประมาณ 10% ของการสมัครมาจากภายในประเทศเยอรมนี ในส่วนของการยื่นขอจดสิทธิบัตรขนาดเล็กนั้นมีการยื่นขอจดสิทธิบัตรประมาณ 4,000 คำขอต่อปี ซึ่งประมาณ 90% มาจากประเทศไทย ต้องปรับสัดส่วนนี้ จำนวนคำขอรับสิทธิบัตรของไทยจะต้องเพิ่มขึ้น
เฉพาะมหาวิทยาลัยมหิดลเท่านั้น ขณะนี้มีสิทธิบัตรการวิจัยและสิทธิบัตรขนาดเล็กประมาณ 600 ฉบับที่ยังคงได้รับการคุ้มครอง (ไม่อนุญาตให้คัดลอก)
“ประเทศไทยไม่มีนักวิจัยขาดแคลน แต่สิ่งที่เรายังขาดคือระบบที่ทำให้งานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาเข้าถึงตลาดได้จริง แม้ว่างานจะมีศักยภาพสูงแต่หากยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม นักลงทุน หรือกลไกทางธุรกิจได้ ก็จะไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสังคม”
“ที่ผ่านมาเราอาจวัดความสำเร็จด้วยจำนวนสิทธิบัตรหรือจำนวนผลงานวิจัย แต่สิ่งสำคัญคือต้องดูร่วมกันว่างานวิจัยนั้นนำไปใช้จริงหรือไม่ จะสามารถขยายไปสู่ภาคธุรกิจได้ไกลแค่ไหน เศรษฐกิจจะเกิดได้ระดับไหน”
ตัวอย่างงานวิจัยของมหิดลที่กำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ ผลงานของนักวิจัยจากศิริราช เรื่องการเพาะเลี้ยงเซลล์ Gen-2 เพื่อใช้แทนฟิลเลอร์หรือการฉีดซึ่งช่วยชะลอความชราและปลอดภัยยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงสภาพผิว
และการวิจัยเครื่องดื่มโปรตีนที่ทำจากไข่ขาว สำหรับผู้ประสบภัยโรคภูมิแพ้นมที่กำลังเจรจากับภาคเอกชนที่สนใจพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ รวมถึงงานวิจัยที่ SMEs สามารถบรรลุได้ ไม่มีคุณค่าสูง เช่น ข.น้ำยาบ้วนปากสูตรใหม่ อาหารเสริม สารสกัดจากสมุนไพร
มีแม้กระทั่งการวิจัยทางการแพทย์ขั้นสูง เช่น การบำบัดด้วยยีนและเซลล์ที่มีความหวังในการรักษาโรคมะเร็ง จากมะเร็งเม็ดเลือดขาวไปจนถึงการทำลายเนื้องอกมะเร็ง แพทย์จากศิริราช พระราม และมหิดล กำลังศึกษาว่าสามารถก้าวไปสู่การผลิตยาได้หรือไม่ ใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษา มันควรจะเป็นเรือธง (เรือธง) ของงานวิจัยไทยในครั้งนี้
ในฐานะหน่วยจัดการการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย สถาบัน INT ได้ร่วมกันพัฒนาและพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การวิจัยที่ก้าวหน้าไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ เพื่อให้การวิจัยและนวัตกรรมสามารถเพิ่มศักยภาพของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศได้ 2. พัฒนาระบบคัดกรองผลงานวิจัยและการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรคุณภาพสูง การเพิ่มคุณภาพการยื่นขอจดสิทธิบัตร 3. การปรับปรุงสถาบันให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาค 4. พัฒนาบุคลากรด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างผู้จัดการนวัตกรรมรุ่นใหม่เพื่อรองรับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
“มหาวิทยาลัยสมัยใหม่ไม่เพียงแต่ควรเป็นแหล่งผลิตองค์ความรู้เท่านั้น แต่ยังต้องเป็นกลไกในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศด้วย เป็นหน่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี (TTO) ที่เชื่อมโยงการวิจัยกับภาคธุรกิจ”


